Get In Touch
[email protected]
Th: +6620263180

Backlink? ทำไมถึงเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้เกิด Off-Page SEO

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก SEO (Search Engine Optimization) กันอยู่แล้วใช่ไหม แล้วทราบหรือไม่ว่า SEO นั้น ถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ นั้นก็คือ SEO On Page กับ SEO Off Page ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ คือ การปรับแต่ง SEO ให้ถูกหลักโครงสร้าง ทั้งปัจจัยภายใน (On Page) และภายนอก (Off Page) นั่นเอง

ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ คือ การปรับแต่ง SEO ให้ถูกหลักโครงสร้าง ทั้งปัจจัยภายใน (On Page) และภายนอก (Off Page) นั่นเอง

SEO On Page คือ

  • การปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยดันอันดับ (Ranking) ที่ดีในการแสดงผลการค้นหาของ Seacrh Engine ต่าง ๆ ให้แสดงอันดับได้ดีขึ้นนั่นเอง สิ่งที่ต้องปรับในเว็บไซต์ของเรา 
  • เนื้อหาภายในเว็บไซต์ 
  • หัวเรื่องของหน้าเว็บ (Title tag) 
  • คำอธิบายหน้าเว็บไซต์
  • การใช้ลิงค์ เชื่อมไปหน้าอื่น ๆ ภายในเว็บไซต์ ( Internal Link) 
  • ชื่อเว็บไซต์ (Domain Name) 
  • ไฟล์ และอื่นๆ ที่เราสามารถปรับแต่งในเว็บของเรา เพื่อให้สอดคล้องกับเว็บไซต์ ที่เราได้สร้างขึ้นให้ไปในทิศทางเดียวกัน

SEO Off Page คือ

การเอาปัจจัยภายนอกมาทำอันดับให้กับเว็บเราดีขึ้น เช่น Link จากเว็บอื่น ๆ ที่ให้ลิงค์กลับเข้ามาหาเว็บไซต์ของเราเอง หรือที่รู้จักกันก็คือ การทำ BackLink  ซึ่งมาช่วยเสริม หรืออาจจะใช้ Online Marketing เข้ามาช่วย เพื่อให้เว็บไซต์ได้ Backlink และ Traffic มากขึ้น ซึ่งวันนี้ทางเราจะเน้นเนื้อหาในส่วนของ SEO Off Page แบบจัดเต็ม

backilnk

Off-page SEO สำคัญยังไง ?

Off-page SEO หรือการได้ Backlink จากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ Google และ Search Engine ตัวอื่น ๆ เพราะแสดงออกถึงคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และชื่อเสียงเว็บไซต์ และส่งผลต่ออันดับบน Google และช่วยให้เว็บไซต์ของเราถูก Search ได้ง่ายขึ้น

เช่น ถ้าเว็บการด้านการตลาดชื่อดังของประเทศไทยอย่าง Thaidatahosting ส่ง Backlink กลับเข้ามาหา Newnormtech เพราะเห็นว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับการตลาดที่น่าสนใจ Google ก็จะคิดว่า Newnormtechเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพในสายการตลาด

ประเภทของ BackLink

Backlink แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ  

Do Follow

คือ การที่เว็บไซต์นั้น ๆ ส่ง Backlink หาเว็บไซต์ของเรา โดยที่จะส่งต่อประโยชน์จาก SEO มาให้เราด้วยนั่นเอง ข้อดี คือ ถ้าเนื้อหาเว็บไซต์เหล่านั้นได้รับการการันตีคุณภาพ ก็จะส่งผลให้เนื้อหาบนเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพดีขึ้นด้วยนะ

No Follow

คือ การที่เว็บไซต์ต่าง ๆ ส่ง Backlink หาเว็บไซต์ของเรา  แต่เว็บไซต์นั้นก็ไม่ได้ส่งต่อคุณภาพ SEO มาให้ด้วย โดยปกติแล้วลิงก์ที่เป็น No Follow มักจะะเป็น Link ในส่วนของคอมเมนต์ หรือ ลิงก์จากเว็บไซต์ Social Media ต่าง ๆ 

แต่ถึงแม้ว่า Backlink แบบ No Follow จะไม่ได้ส่งผลต่อ SEO โดยตรง แต่ก็มีประโยชน์ทางอ้อมเหมือนกันนะ เช่น จะช่วยทำให้ผู้ใช้งานเห็นคอนเทนต์ของเรามากขึ้น จนอาจจะนำไปสู่ Backlink ที่เป็น Do Follow ได้เลย

How to check your Backlink ?

  • คลิ๊กขวาที่ลิงก์นั้น
  • กดปุ่ม Inspect (ตรวจสอบ)
  • โฟกัสซนสีม่วงเทา ที่มีโค้ดมากมาย
  • สังเกตดูว่าหลังลิงก์ที่คุณกด Inspect นั้นมีคำว่า rel=”nofollow“ 
backilnk

7 วิธีการทำ Off-page SEO

1. Content is heart

การสร้างคอนเทนต์ที่ดี ควรมีประโยชน์กับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งคอนเทนต์ที่ดี ไม่จำเป็นต้องตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย แต่ต้องสามารถแก้ไขปัญหาในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายนั้นต้องการ โดยคอนเทนต์จะอยู่ในรูปแบบไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นบทความ วีดีโอ อินโฟกราฟิก และอื่นๆ แต่ต้องให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งถ้ารากฐานคอนเทนท์น่าสนใจแล้ว การจะต่อยอดก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย 

2. ทำ On-page SEO ให้ดี

On-page SEO เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่ตอนสร้างเว็บไซต์ และควรจะทำเพิ่มเติมทุกครั้งก่อนที่จะเขียนบทความ ก่อนทำ Sitemap บนเว็บไซต์ นอกจากนี้ควรทำ  

  • Keyword Research ผ่าน Google Keyword Planner ทุกครั้ง
  • ควรเลือกใส่ Focus Keyword ในทุกตำแหน่ง และปริมาณที่เหมาะสม
  • ใส่ Alt Tag ที่เหมาะสมลงไปในรูปทุกรูป 

เพียงเท่านี้ก็รับรองว่า Google จะหาจัดอันดับเว็บไซต์ของเราดีขึ้นอย่างแน่นอน และสิ่งที่ต้องทำต่อไปก็คือการทำให้ Google รู้ว่าคอนเทนต์ และเว็บไซต์มีคุณภาพผ่านการทำ Off-page SEO มาแล้ว

3. Infographic is king of backlink

lnfograpgic เป็นคอนเทนต์รูปแบบที่จะสร้าง Backlink ได้ดีกว่าแบบอื่น เพราะว่าการดูข้อมูลเป็นอินโฟกราฟิก ย่อยงาน และเข้าใจได้ง่ายกว่าการอ่านตัวหนังสือเป็นพารากราฟ แต่ถึงแม้ว่ากระแสวีดีโอกำลังมาแรง แต่การทำ Off-page SEO บนวีดีโอนั้น ไม่ได้ทำกันง่ายๆ เลย สาเหตุก็เพราะวีดีโอใช้เวลา และใช้เงินในการทำค่อนข้างสูง และวีดีโอจะไม่ถูกเก็บไว้บนเซอร์เวอร์ของเราเอง เพราะมันหนักและกินที่มาก แต่มักจะถูกอัพโหลดลงบน YouTube หรือ Vimeo 

เทคนิคสร้างอินโฟกราฟิกที่ดีต่อการ Backlink กลับมา ก็คือ ออกแบบให้สวยงาม เข้าถึงง่าย มี Keyword ในเนื้อหา และใส่คำกระตุ้นให้ผู้เข้าสนได้นำไปแชร์ต่อ เช่น Share this Image On Your Site รับรองว่าเดี๋ยวมันจะกลับมาส่งผลดีต่อ Off-page SEO

newnormtech
4. จัดการ Social Media

Backlink ที่ได้กลับมาจาก Social Media จะเป็น No Follow Backlink แต่ถ้า Social Signal เช่น จำนวน Like, Comment, Share และ Click มีจำนวนมากพอ ทาง Google ก็มองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ ก็จะส่งผลต่อไปในการจัดอันดับ Off-page SEO ด้วยเช่นกัน

เทคนิคหนึ่งที่ใช้แบ่งสัดส่วนคอนเทนท์ในสื่อออนไลน์ Social Media ที่ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้คอนเทนท์ของเรามากขึ้น ก็คือสูตร 70 / 20 / 10

  • 70 คือ 70% ของคอนเทนต์ทั้งหมดบน Social Media จะต้องเป็นคอนเทนต์ที่สร้างคุณค่า และเป็นคอนเทนต์ที่กลุ่มเป้าหมายอยากรู้
  • 20 คือ 20% ของคอนเทนต์ทั้งหมดบน Social Media ที่เป็นคอนเทนต์อ้างอิงคนอื่น
  • 10 คือ 10% ของคอนเทนต์ทั้งหมดบน Social Media ควรที่เน้นไปในเรื่องของการขาย การจัดโปรโมชั่น หรือแคมเปญต่าง ๆ ที่ช่วยส่งเสริมกิจกรรมการขาย

และสำหรับประเทศไทย Social Media ที่มีคนเล่นมากที่สุดน่าจะเป็น Facebook, LINE และ Instagram ซึ่งผมแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องใช้ทั้ง 3 ตัว แต่ควรจะเลือกใช้เฉพาะตัวที่เหมาะสมกับธุรกิจนะครับ

5. Facebook Group มีพลังมากกว่าที่คิด

ถึงแม้ว่า Facebook จะปรับยอด Reach จากเพจต่างๆ ให้น้อยลง แต่ Reach ที่มาจาก Group บน Facebook นั้นกลับยังมีค่าที่สูงอยู่มาก สาเหตุก็มาจากเพราะ Facebook ให้ความสำคัญกับ Community มากกว่า Page 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมแนะนำให้ใช้ Community ที่มีคนสร้างมาอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์ดีกว่า ถ้าคอนเทนต์ของเราดี เอาไปปล่อยให้ตรง Group บางทีอาจจะได้ผลมากกว่าการโปรโมตใน Page ของคุณก็เป็นได้

บาง Group จะเป็น Public Group และบาง Group จะเป็น Closed Group ก่อนที่จะเข้าร่วมแต่ละกรุ๊ป ผมแนะนำให้เลื่อนดู Feed และลองอ่าน Description ของแต่ละกรุ๊ปก่อน จะได้รู้ว่า Group นั้นๆ เป็น Group ที่เปิดกว้างกับการโพสต์บทความรึเปล่า

6. ประกาศของดีให้คนอื่นรู้

การทำธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทางด้านไอที สตาร์ทอัพ มาร์เก็ตติ้ง ไฟแน๊นซ์ ในธุรกิจควรจะมี Influencer อยู่ เพื่อให้พวกเขาได้กระจายคอนเทนท์ในธุรกิจของเรา

วิธี 2 วิธีที่ผมอยากจะแนะนำก็คือลองใช้ Facebook กับ Google ในการค้นหาคน/บริษัทเหล่าที่เกี่ยวข้องในสายงานของธุรกิจเรา เพราะปัจจุบันกลุ่มเป้าหมายมักติดตามและเชื่อถือใน Influencer ค่อนข้างมาก เช่น ให้ยูทูปเปอร์ยอดติดตาม 1 ล้าน รีวิวร้านอาหาร ผลตอบรับก็จะดีกว่าการให้ร้านอาหารโปรโมทตัวเอง

7. บทความต้องเจ๋ง

การเขียนบทความ (Guest Blogging) แล้วส่ง Backlink กลับมาหาเว็บของตัวเอง ผ่านตรงประวัติผู้เขียน ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจ 

ในช่วงแรกอาจจะต้องเริ่มสร้างชื่อเสียงจากการเขียนบล็อกของตัวเองก่อน รวมไปถึงการหาโอกาสในฝึกการเขียนบทความ ให้กับเว็บที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก สิ่งที่ผมแนะนำให้ทำก็ คือ

  • ลองเช็คดูก่อนว่าเว็บนั้น ๆ มีชื่อเสียงรึเปล่า วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การเช็คด้วย Open Site Explorer ของ Moz ครับ ใส่ลิงก์เว็บไซต์ที่อยากจะเช็คลงไปแล้ว Moz จะประมวลผลออกมาเป็นค่า DA (Domain Authority) และ PA (Page Authority) ซึ่งผมแนะนำว่าให้เขียนให้เว็บที่มีค่า DA / PA อย่างน้อยอย่างละ 15 
  • ลองทำการบ้านดูว่ามีนักเขียนคนอื่นที่เคยมาเขียนให้เว็บนั้น ๆ มาแล้วบ้างรึเปล่า และถ้าเช็คแล้วปรากฏว่ามี ลองพยายามติดต่อเว็บไซต์ที่อยากจะเขียนให้โดยตรงเลย ส่งลิงก์บล็อกของเรา พร้อมผลงานในการเขียนอื่น ๆ ไปให้ พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเขียน
  • ลองหาคอนเนคชั่นจากรอบ ๆ ตัว บางทีคนรู้จักอาจจะเป็นเจ้าของเว็บ ไซต์หรือทำงานอยู่ให้กับบริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ชื่อดังก็เป็นได้ 

และนี่ก็คือ 7 วิธีง่าย ๆ ในการทำ Off-page SEO และพอจะเข้าใจว่า  Backlink คืออะไร กันแล้วใช่ไหมครับ การทำ SEO นั้นเป็นเรื่องไม่ง่าย กว่าจะเห็นผลใช้เวลาค่อนข้างนาน ค่อย ๆ ศึกษาเทคนิคต่าง ๆ อัพเดตความรู้เรื่อย ๆ แล้วอันดับ SEO ที่ดีก็จะได้มาแบบที่เราตั้งใจ

เราใช้คุกกี้เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์