Get In Touch
[email protected]
Th: +6620263180

ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

ในปัจจุบันคงไม่มีใครสามารถละเลยความสำคัญของการส่งเสริมการพัฒนาการเติบโตของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นด้านสินค้าหรือบริการ คุณจะไม่มีทางประสบผลสำเร็จได้หากมองข้ามในเรื่องของการขายสินค้าและบริการยังไงให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในตัวผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ โดยในหลายๆ ธุรกิจที่กำลังพัฒนา ต้องพยายามมองหาความสำคัญในการทำธุรกิจให้ได้ว่าควรเพิ่มอะไรหรือลดทรัพยากรตรงไหน 

เพื่อที่จะทำกำไรให้กับธุรกิจของตนมากที่สุด ให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลุ่มลูกค้าที่จะมีโอกาสซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณมากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสในการเสริมสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจ ในบทความนี้เราจะมากล่าวถึงวิธีในการโน้มน้ามใจ ให้ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการกันมาให้ความสนใจต่อธุรกิจของคุณ โดยการโปรโมทดังนี้

E-COMMERCE

01. E-mail Marketing (Promotion) & Spam Email

เป็นการทำการตลาดผ่าน Email โดยจะเป็นในรูปแบบ การแจ้งข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ รวมไปถึง การแจ้งโปรโมชั่น หรือส่วนลดพิเศษแก่สมาชิกของเว็บไซต์ E-Commerce ของคุณ โดยลูกค้าหรือผู้ใช้บริการนั้น ต้องจำเป็นที่จะต้องยินยอมในการรับข่าวสารผ่าน Email นี้ โดยจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการ Spam Email หรืออีเมล์ขยะอย่างชัดเจน

เพราะอีเมล์ขยะจะเป็นการส่งมั่ว โดยที่ไม่มีการยินยอมจากฝั่งลูกค้า ดังนั้น ธุรกิจที่กำลังจะเริ่มพัฒนาในส่วนนี้ควรศึกษา ผู้พัฒนาเว็บไซต์ที่ท่านได้ว่าจ้างให้ทำเว็บให้ดีเสียก่อน ว่ามีประวัติเหล่านี้หรือไม่ สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณเสียลูกค้าไปโดยไม่จำเป็นเลยก็ได้ เพราะในการทำ Email Marketing นี้จะเป็นการเจาะจงกลุ่มลูกค้าที่ใช้ อีเมล์สำหรับการสมัครสมาชิกกับธุรกิจหรือบริการของคุณ เป็นหลัก

แน่นอนว่าเป็นวิธีที่สามารถโน้มน้าวใจลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอนหากมีการลงรายละเอียดในตัว ผลิตภัณฑ์หรือบริการ และโปรโมชั่น ของคุณอย่างครบถ้วนชัดเจน

02. Contests and Giveaways

เป็นกลยุทธ์การส่งเสริมการขายทางการตลาดที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยก็ว่าได้ และได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมากในหลายๆธุรกิจ เป้าหมายสำคัญของวิธีนี้คือการส่งเสริมการขายเพื่อให้เกิดการซื้อสินค้าหรือบริการนั้นทันที และเป็นการให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

โดยการแข่งขันในการแย่งชิง ตัวสินค้าและบริการของธุรกิจ ยกตัวอย่างในรูปแบบของสินค้า เช่น การลด แลก แจก แถม ภายในวันเวลาที่ได้กำหนดไว้ด้วยราคาที่ล่อตาล่อใจผู้บริโภคมากที่สุด และตัวอย่างของบริการ เช่นการโปรโมทที่พัก ลดราคาครึ่งนึงของราคาเต็มของที่พักบนพื้นที่ที่สวยงาม เช่นบนเกาะ บนภูเขา ภายในช่วงเวลาที่ได้มีการกำหนดไว้ โดยอาจจะมีเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย ซึ่งอาจจะเป็นการแชร์ เชิญชวนเพื่อนให้เข้ามาใช้บริการ เพื่อเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจ เป็นต้น

ดังที่กล่าวมานั้น ต้องพึ่งการโปรโมทที่ได้คุณภาพทางโซเชียลมีเดีย , Email และที่สำคัญ ต้องมีรายละเอียดในการโปรโมทโปรโมชั่นนั้นๆ อย่างชัดเจน ครบถ้วน และต้องให้ผู้อ่าน อ่านแล้วรู้สึกว่าเข้าใจได้ง่าย

03. Paid Advertisements for Promotions

คือ การโปรโมทหรือการโฆษณาในรูปแบบชำระเงินสำหรับโปรโมชั่น นี่ก็เป็นอีกหนึ่งการโปรโมทโปรโมชั่นสินค้าและบริการที่เรียกได้ว่า เจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกลุ่มที่สุด เพราะหากเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาโปรโมทโปรชั่นที่มีรูปแบบเป็นการชำระเงิน แน่นอนว่าต้องมีฟังชันก์ให้เลือกในการโฆษณาสินค้าและบริการมากยิ่งขึ้น ตรงกลุ่มยิ่งขึ้น กลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสจะซื้อก็แคบลงมา เพราะในรูปแบบนี้จะเป็นการมองหาลูกค้าที่กำลังมาหาหรือต้องการในตัวสินค้าและบริการนั้นอยู่จริงๆ ยกตัวอย่างแพลตฟอร์มรูปแบบนี้ให้เข้าใจง่าย

E-COMMERCE

คือ การใช้ Facebook ในการยิงแอดโฆษณาเพื่อโปรโมท โดยจะมีฟังก์ชั่นให้เลือกสำหรับการเจาะกลุ่มเป้าหมายหลายรูปแบบ สามารถกำหนดได้ด้วยตัวคุณเอง และตามความเหมาะสมของตัวสินค้า เช่น คุณทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ก็สามารถเลือกฟังค์ชั่นให้ตรงต่อเป้าหมายลูกค้าที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ของคุณได้ โดยการกำหนดให้มองหากลุ่มลูกค้าเฉพาะเจาะจงที่เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 20-25 ปี เลือกเป็นความสนใจในหัวข้อผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก

เลือกให้เฟสบุ๊คมองหาโพสหรือสตอรี่ของลูกค้าที่ได้มีการโพสเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ การโพสหาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตรหลาน ความสนใจ ภูมิภาค ข้อมูลประชากร นิสัย หรือแม้แต่สถานะความสัมพันธ์ และอื่นๆ ให้เลือกได้ตามความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถกำหนดขอบเขตในการค้นหาได้

เช่น เจ้าของธุรกิจเปิดร้านที่กรุงเทพมหานคร และอยากจะโปรโมทโปรชั่น นั้นๆ เฉพาะเขตกรุงเทพและปริมณฑล ก็ได้ เพื่อลดทรัพยากรค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าขนส่งทางไกล และกำหนดขอบเขตให้แคบและตรงต่อกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด เป็นต้น ดังที่กล่าวมานั้น หากคุณอยากให้ตรงต่อกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสจะซื้อสินค้านั้นๆ ของท่านมากที่สุด ในส่วนนี้ก็จะขึ้นอยู่กับการชำระค่าโฆษณา หากชำระในราคาที่สูง ก็จะเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะเข้าถึงการโปรโมทโฆษณาโปรโมชั่นนั้นได้เยอะ นั่นเอง

ทั้งนี้ หากท่านเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังพัฒนา ก็ไม่จำเป็นต้องยิงแอดโฆษณาในราคาที่สูงก็ได้ สามารถเลือกราคาที่ต่ำลงมาเพื่อเป็นการทดสอบการตลาดก่อนก็ได้ โดยในการที่จะโปรโมทโฆษณานั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าเข้าชมสินค้าหรือบิการของคุณ ก็ขึ้นอยู่กับข้อความในการโปรโมท ว่ามีความโดดเด่นหรือไม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีความกระชับ อ่านง่าย เข้าใจได้ง่าย มีรายละเอียดที่สามารถโน้มน้าวใจ เพื่อให้เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจของคุณ

04. Guest Posts

คือการเขียนบล็อกหรือการเขียนบทความให้มีคุณภาพตรงตามคำแนะนำสำหรับเครื่องมือในการเขียนบทความและเผยแพร่บนเว็บไซต์อื่นๆ โดยจะมุ่งไปในเว็บที่มีสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน หรือเกี่ยวข้องกันในด้านธุรกิจ

  • เพื่อดึงดูดปริมาณการเข้าชมกลับมายังเว็บไซต์ E-Commerce ของธุรกิจเรา
  • เพิ่ม Domain Authority ให้กับเว็บไซต์ของเรา ด้วยแบ็คลิงก์
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจในการเลือกซื้อสินค้าและบริการของเราในการรับรู้แบรนด์ของเรามากขึ้น
  • สร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ในกลุ่มสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกัน

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนการนำเสนอเนื้อหา Guest Posts บนเว็บไซต์ E-Commerce ที่มีธุรกิจประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียง

  • ว็บไซต์หรือบล็อกนั้น มีผู้ติดตามจำนวนมาก ที่มีส่วนร่วมกับเนื้อ แสดงความคิดเห็นและแบ่งปันเนื้อหาบน Social Media หรือไม่ ?
  • เว็บไซต์หรือบล็อกนั้น Facebook Page หรือ Twitter ที่ สามารถแชร์ เกสต์โพสต์ ของเราได้หรือไม่ ?
  • เว็บไซต์หรือบล็อกนั้นมีคะแนนความนิยมของโดเมน (Domain Authority) ที่สูง ซึ่งจะช่วยดันอันดับเกสต์โพสต์ บน Google Search ได้ด้วยตัวเองหรือไม่ ?
  • ประเภทธุรกิจหรือเนื้อหาบนเว็บไซต์ของพวกเขา เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราหรือไม่ ?

หากพิจารณาแล้วว่าเว็บไซต์นั้นๆ ไม่มีในสิ่งที่เราได้นำเสนอดังที่กล่าวมา หรือคุณไปนำเสนอบทความบนเว็บไซต์ E-Commerce บนเว็บไซต์ที่ไม่มี เนื้อหาที่เรากล่าวถึง เว็บไซต์ขงอคุณอาจจะได้รับ Backlink ที่เป็น Toxic กลับมาได้ แน่นอนว่าส่งผลเสียต่อการค้นหาบน Google อย่างแน่นอน

ตราบใดที่คุณระมัดระวังและรอบคอบเกี่ยวกับการสร้าง Guest Post อย่างมีคุณภาพ มันจะเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มคะแนนความนิยมให้กับโดเมนของคุณอยู่เสมอ Guest Post เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการสร้างแบ็คลิงก์ ด้วยเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และมีความเกี่ยวข้องกันเพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน จากเว็บไซต์ประเภทเดียวกันที่มี Domain Authority สูง คุณจะได้รับแบ็คลิงก์ที่เป็นธรรมชาติและทรงคุณค่าอย่างมาก

05. Build Your Loyal Community

คือ การสร้างความเป็นชุมชนให้กับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือบริการ กล่าวคือ กลุ่มของลูกค้าที่มารวมกันทางโซเชียลมีเดีย อย่าง Facebook , Instagram และ Twitter ที่ต่างมีความสนใจในธุรกิจของคุณร่วมกัน อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้เลยก็ว่าได้ สิ่งสำคุญในการสร้างชุมชนให้แก่ธุรกิจของคุณ คือต้องสร้างกลุ่มให้มีความแข็งแกร่ง โปร่งใส ปลอดภัย และต้องเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและลูกค้าได้เป็นอย่างดี

E-COMMERCE

ประโยชน์ของการสร้างชุมชนกลุ่มลูกค้า

  • แหล่งข้อมูลที่แท้จริง
    ที่เห็นกันอย่างได้ชัดเลยในปัจจุบันนี้ คือชุมชนจะเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับธุรกิจของคุณ ที่ถูกสร้างคอนเทนต์ที่มีข้อมูลจากการใช้งานหรือใช้บริการจริง โดยกลุ่มลูกค้าที่มีความชอบต่อธุรกิจของคุณ เปรียบเสมือน การรีวิวธุรกิจของคุณจากผู้บริโภคที่ใช้งานจริง ว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ทำให้การสร้างชุมชนของลูกค้าที่สนใจในธุรกิจสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของเราได้ง่ายขึ้น นั่นเอง
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณ
    การสร้างชุมชนกลุ่มลูกค้าที่สนใจในธุรกิจ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยให้เพิ่มยอดขายเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนการมีส่วนร่วมในการผลักดันการตลาดของคุณด้วยการแบ่งปันข้อมูลที่แท้จริง อีกยังแสดงให้เห็นถึงการมีอยู่จริงและความน่าเชื่อถือของธุรกิจของคุณด้วย ทำให้มีแนวโน้วว่า หากมีลูกค้าที่กำลังทำความรู้จักหรือเริ่มใจสนในธุรกิจของคุณ มาเข้ากลุ่มนี้เขาเหล่านั้นจะได้รับความไว้วางใจในการเลือกซื้อเลือกใช้ในธุรกิจของเรามากขึ้นอีกด้วย
  • สร้างให้เกิดการซื้อซ้ำของลูกค้า
    การสร้างชุมชนกลุ่มลูกค้าที่สนใจในธุรกิจ จะกลายเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพอย่างมากในการทำการตลาด ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้มีโอกาสพูดคุยกัน ไม่ใช่แค่ระหว่างลูกค้ากับลูกค้า แต่ยังรวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีจากผู้ผลิตต่อผู้บริโภค ที่จะช่วยนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนชัดเจน ส่งผลให้เกิดการกลับมาซื้อสินค้าหรือบริการนั้นซ้ำอีกและอาจจะกลับมาอุดหนุนในธุรกิจของคุณได้อีกในอนาคต
  • ส่งเสริมความภักดีต่อธุรกิจ
    การมีชุมชนกลุ่มลูกค้าที่แข็งแกร่งและมีรากฐานที่มั่นคง จะก่อให้เกิดความจงรักภักดีต่อธุรกิจของคุณเป็นอย่างมาก ทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจที่จะสนับสนุนสินค้าหรือบริการของคุณอยู่ตลอด ซึ่งมันคือการที่ธุรกิจของคุณจะสามารถสร้างรายได้ระยะยาวให้คุณได้

06. E-Commerce

คือ การดำเนินธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก ที่มีไว้สำหรับซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ หรือแม้แต่การนำเสนอโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ระบบอินเทอร์เน็ต โดยใช้เว็บไซต์หรืแแอปพลิเคชันเป็นสื่อในการนำเสนอสินค้าและบริการรวมไปถึงการติดต่อกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการสามารถเข้าถึงร้านค้าและบริการได้โดยง่าย เข้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง E-Commerce เปรียบเสมือนการค้ารูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ถ้าหากพูดให้เข้าใจง่ายก็คือการซื้อขายกันในรูปแบบออนไลน์นั่นเอง หากธุรกิจของคุณต้องการเพิ่มยอดขายทางการตลอดควรพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce เป็นระบบ Responsive Website เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณนั้น รองรับการทำ SEO SEO (Search Engine Optimization) เพื่อการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณให้ไปอยู่บนหน้าแรกของการค้นหาบน Google นั่นเอง 

สรุปขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce ให้เติบโต

ในเรื่องของขั้นตอนการพัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce ที่ได้กล่าวมานั้น จะเป็นการพูดถึงเกี่ยวกับวิธีการที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจของคุณมากขึ้น โดยการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อเป็นการนำเสนอโปรโมท เว็บไซต์ของคุณให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพสูงสุดในการทำการตลาดออนไลน์ โดยผ่านขั้นตอนกระบวนการตามที่เราได้นำเสนอไปข้างต้น หากคุณกำลังพึ่งเริ่มทำเว็บไซต์ E-Commerce ก็ไม่ควรพลาดบทความนี้ หากสนใจเรื่อง E-Commerce ลองเข้ามาอ่านบทความนี้สิ คุณจะได้พบกับมิติใหม่ในการทำธุรกิจ อย่างก้าวกระโดด

เราใช้คุกกี้เพื่อประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์